BG1 BG2

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีผลการดำเนินงานตามงบการเงินเฉพาะกิจการสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 เป็นกำไรสุทธิจำนวน 89.73 ล้านบาท ลดลง 106.62 ล้านบาท หรือร้อยละ 54.30 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิจำนวน 196.35 ล้านบาท โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ มีกำไรสะสมจำนวน 201.15 ล้านบาท ดังรายละเอียดต่อไปนี้

รายได้รวม

สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 1,096.20 ล้านบาท ลดลง 185.84 ล้านบาท หรือร้อยละ 14.50 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่จำนวน 1,282.04 ล้านบาท เป็นผลมาจากในปี 2559 บริษัทฯ มีรายละเอียดของรายได้แต่ละประเภท สรุปได้ดังนี้

หน่วย : บาท

รายได้ธุรกิจหลักทรัพย์ งบการเงินเฉพาะกิจการ งบการเงินที่แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
2559 % 2558 % 2558 % 2557 %
รายได้ค่านายหน้า 548,317,511 50.02 868,499,176 67.74 868,499,176 68.64 1,024,704,552 64.03
รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ 79,064,695 7.21 61,142,783 4.77 61,142,783 4.83 61,716,999 3.86
กำไรจากเงินลงทุน 70,742,054 6.45 113,945,907 8.89 113,945,907 9.01 99,042,759 6.19
กำไรจากตราสารอนุพันธ์  (995,130) (0.09) 3,590,620 0.28 3,590,620 0.29 3,162,726 0.20
รายได้จากดอกเบี้ยและเงินปันผล 42,149,167 3.85 56,722,593 4.42 56,722,593 4.49 68,289,745 4.27
รายได้จากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ 34,881,568 3.18 46,334,794 3.61 46,334,794 3.66 45,069,986 2.81
รวมรายได้ธุรกิจหลักทรัพย์ 774,159,865 70.62 1,150,235,873 89.71 1,150,235,873 90.92 1,301,986,767 81.36
ส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุนตามวิธีส่วน ได้เสีย - - - -        (4,278,076)    (0.34) 60,406,932 3.77
กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม - - 116,338,654 9.08 103,777,239 8.20 - -
รายได้จากการขายธุรกิจจากการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์รายย่อยบางส่วน 306,002,957 27.92 - - - - - -
รายได้อื่น 16,032,285 1.46 15,469,848 1.21 15,469,848 1.22 237,975,720 14.87
รวมรายได้ 1,096,195,107 100.00 1,282,044,375 100.00 1,265,204,884 100.00 1,600,369,419 100.00
  1. รายได้ธุรกิจหลักทรัพย์ รวมจำนวน 774.16 ล้านบาท ลดลง 376.08 ล้านบาทหรือร้อยละ 32.70 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่จำนวน 1,150.24 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจาก
    1. รายได้ค่านายหน้า 548.32 ล้านบาท ลดลง 320.18 ล้านบาท หรือร้อยละ 36.87 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 868.50 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องมาจากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าลดลง จากการที่บริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญาซื้อทรัพย์สินกับบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งเพื่อโอนธุรกิจการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์รายย่อยบางส่วนให้กับบริษัทหลักทรัพย์แห่งนั้นโดยการโอนเจ้าหน้าที่การตลาด สินทรัพย์ถาวรและสัญญาเช่าที่เกี่ยวข้องกับการโอนธุรกิจและเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559 คู่สัญญาได้ดำเนินการตามสัญญาซื้อทรัพย์สินดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
    2. รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจำนวน 79.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.92 ล้านบาท หรือร้อยละ 29.31 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่จำนวน 61.14 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมเป็นที่ปรึกษาการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 32.07 ล้านบาท ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมจากการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ลดลงจำนวน 16.92 ล้านบาท
    3. กำไรจากเงินลงทุนและตราสารอนุพันธ์จำนวน 69.75 ล้านบาท ลดลง 47.79 ล้านบาท หรือร้อยละ 40.66 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่จำนวน 117.54 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกำไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง 25.69 ล้านบาท กำไรจากการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ลดลง 4.58 ล้านบาท ขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนทั่วไปเพิ่มขึ้น 15.00 ล้านบาท และขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนเพื่อค้าเพิ่มขึ้น 2.52 ล้านบาท
    4. รายได้ดอกเบี้ยรับและเงินปันผลจำนวน 42.15 ล้านบาท ลดลง 14.57 ล้านบาท หรือร้อยละ 25.69 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่จำนวน 56.72 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องมาจากดอกเบี้ยรับจากเงินฝากสถาบันการเงินลดลง 16.01 ล้านบาท จากเงินฝากในสถาบันการเงินและอัตราดอกเบี้ยในตลาดโดยเฉลี่ยที่ลดลง
    5. ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์จำนวน 34.88 ล้านบาท ลดลง 11.45 ล้านบาท หรือร้อยละ 24.71 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่จำนวน 46.33 ล้านบาท จากยอดเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์โดยเฉลี่ยที่ลดลง
  2. รายได้จากการขายธุรกิจการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์รายย่อยบางส่วนจำนวน 306.00 ล้านบาท เกิดจากการที่บริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญาซื้อทรัพย์สินกับบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง เพื่อโอนธุรกิจการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์รายย่อยบางส่วนให้กับบริษัทหลักทรัพย์แห่งนั้น โดยการโอนเจ้าหน้าที่การตลาดสินทรัพย์ถาวร และสัญญาเช่าที่เกี่ยวข้องกับการโอนธุรกิจและเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559 คู่สัญญาได้ดำเนินการตามสัญญาซื้อทรัพย์สินดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

ค่าใช้จ่ายรวม

สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวมจำนวน 983.44 ล้านบาท ลดลง 49.19 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.76 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่จำนวน 1,032.63 ล้านบาท เป็นผลมาจากในปี 2559 บริษัทฯ มีรายละเอียดของค่าใช้จ่ายแต่ละประเภท สรุปได้ดังนี้

หน่วย : บาท

ค่าใช้จ่าย งบการเงินเฉพาะกิจการ งบการเงินที่แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
2559 % ของรายได้รวม 2558 % ของรายได้รวม 2558 % ของรายได้รวม 2557 % ของรายได้รวม
ต้นทุนทางการเงิน 11,404,340 1.04 20,378,835 1.59 20,378,835 1.61 21,075,886 1.31
ค่าธรรมเนียมและบริการจ่าย 88,029,046 8.03 101,544,648 7.92 101,544,648 8.03 105,938,478 6.62
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน 495,897,783 45.24 637,443,127 49.72 637,443,127 50.38 690,507,227 43.15
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคาร สถานที่และอุปกรณ์ 126,048,812 11.50 150,211,144 11.72 150,211,144 11.87 170,039,332 10.63
ค่าตอบแทนกรรมการ 6,465,000 0.59 10,805,000 0.84 10,805,000 0.86 11,365,000 0.71
ขาดทุนจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม 143,080,385 13.05 - - - - - -
ค่าใช้จ่ายอื่น 100,006,901 9.12 115,753,319 9.03 115,753,319 9.15 133,877,698 8.36
รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 871,498,881 79.50 914,212,590 71.31 914,212,590 72.26 1,005,789,257 62.85
หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ (โอนกลับ) 12,503,674 1.14 (3,501,740) (0.27) (3,501,740) (0.28) 2,874,350 0.18
รวมค่าใช้จ่าย 983,435,941 89.71 1,032,634,333 80.55 1,032,634,333 81.62 1,135,677,971 70.96
  1. ต้นทุนทางการเงิน จำนวน 11.40 ล้านบาท ลดลง 8.98 ล้านบาท หรือร้อยละ 44.06 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่จำนวน 20.38 ล้านบาท เนื่องจากดอกเบี้ยจ่ายให้แก่เงินฝากหลักประกันของลูกค้าลดลงตามปริมาณเงินฝากของลูกค้าโดยเฉลี่ยที่ลดลง
  2. ค่าธรรมเนียมและบริการจ่าย จำนวน 88.03 ล้านบาท ลดลง 13.51 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.31 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่จำนวน 101.54 ล้านบาท ซึ่งแปรผันตามปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลง
  3. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จำนวน 871.50 ล้านบาท ลดลง 42.71 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.67 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่จำนวน 914.21 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลดลงเนื่องมาจาก

    3.1 ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคาร สถานที่และอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายอื่นจำนวน 721.95 ล้านบาท ลดลง 181.45 ล้านบาท หรือร้อยละ 20.09 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่จำนวน 903.40 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญาซื้อทรัพย์สินกับบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง เพื่อโอนธุรกิจการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์รายย่อยบางส่วนให้กับบริษัทหลักทรัพย์แห่งนั้น โดยการโอนเจ้าหน้าที่การตลาด สินทรัพย์ถาวร และสัญญาเช่าที่เกี่ยวข้องกับการโอนธุรกิจและเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559 คู่สัญญาได้ดำเนินการตามสัญญาซื้อทรัพย์สิน ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

    3.2 ขาดทุนจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 143.08 ล้านบาท เกิดจากบริษัทฯ ได้จำหน่วยเงินลงทุนในบริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) และบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ทั้งจำนวนให้แก่บริษัทใหญ่

  4. หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ จำนวน 12.50 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากหลักประกันของลูกหนี้รายเดิมมีมูลค่าลดลง

โดยสรุปผลกำไรสุทธิ

ตามงบการเงินเฉพาะกิจการสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 89.73 ล้านบาท (คิดเป็นกำไรต่อหุ้นเท่ากับ 0.035 บาท) ลดลง 106.62 ล้านบาท หรือร้อยละ 54.30 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิจำนวน 196.35 ล้านบาท (คิดเป็นกำไรต่อหุ้นเท่ากับ 0.076 บาท) และบริษัทฯ มีอัตรากำไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 8.19 ปรับตัวลดลงกว่างวดเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตรากำไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 15.32 เนื่องจากในปี 2559 บริษัทฯ มีรายได้รวมลดลง 185.84 ล้านบาทหรือร้อยละ 14.50 ในขณะที่บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวมลดลงเพียง 49.19 ล้านบาทหรือร้อยละ 4.76 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นลดลงจากร้อยละ 6.05 ในปี 2558 เป็นร้อยละ 3.02 ในปี 2559

สินทรัพย์

สินทรัพย์ งบการเงินเฉพาะกิจการ งบการเงินที่แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
2559 % ของ
สินทรัพย์รวม
2558 % ของ
สินทรัพย์รวม
2558 % ของ
สินทรัพย์รวม
2557 % ของ
สินทรัพย์รวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,232,113,278 25.03 1,385,440,714 33.79 1,385,440,714 33.88 1,144,607,815 19.88
เงินฝากในสถาบันการเงิน 54,240,000 1.10 69,310,000 1.69 69,310,000 1.70 269,310,000 4.68
ลูกหนี้สำนักหักบัญชี 886,529,737 17.60 46,596,468 1.14 46,596,468 1.14 32,189,616 0.56
ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์สุทธิ 459,027,898 9.32 1,243,873,992 30.34 1,243,873,992 30.42 2,304,223,685 40.02
เงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บริษัทใหญ่ 400,000,000 8.13 - - - - - -
เงินลงทุนสุทธิ 1,464,935,785 29.76 392,741,224 9.58 392,741,224 9.60 975,606,502 16.94
เงินลงทุนในบริษัทร่วมสุทธิ - - - 12.11 485,311,836 11.87 546,612,943 9.49
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ 107,698,289 2.19 139,248,274 3.39 139,248,274 3.41 152,259,533 2.65
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนสุทธิ 104,479,469 2.12 102,408,524 2.50 102,408,524 2.50 98,225,958 1.71
สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี 103,581,412 2.10 106,711,815 2.60 106,711,815 2.61 107,331,535 1.86
สินทรัพย์อื่นสุทธิ 130,434,471 2.65 117,383,553 2.86 117,383,553 2.87 127,419,856 2.21
รวมสินทรัพย์ 4,923,040,339 100.00 4,100,104,375 100.00 4,089,026,400 100.00 5,757,787,443 100.00

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ สินทรัพย์รวมทั้งสิ้นจำนวน 4,923.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 822.94 ล้านบาท หรือร้อยละ 20.07 เมื่อเปรียบเทียบกับสิ้นปีก่อนที่มีสินทรัพย์รวมจำนวน 4,100.10 ล้านบาท โดยสินทรัพย์ของ บริษัทฯ เป็นเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดร้อยละ 25.03 ลูกหนี้สำนักหักบัญชีร้อยละ 17.60 ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสุทธิร้อยละ 9.32 เงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บริษัทใหญ่ร้อยละ 8.13 เงินลงทุนสุทธิร้อยละ 29.76 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนสุทธิร้อยละ 4.31 และส่วนที่เหลือประมาณ ร้อยละ 5.85 เป็นเงินฝากในสถาบันการเงิน สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี และสินทรัพย์อื่นๆ

การเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์ที่สำคัญ สรุปได้ดังนี้

  1. เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดและเงินฝากในสถาบันการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 1,286.35 ล้านบาท ลดลง 168.40 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.58 เมื่อเปรียบเทียบกับสิ้นปีก่อนที่จำนวน 1,454.75 ล้านบาท ซึ่งโดยส่วนใหญ่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดและเงินฝากในสถาบันการเงินของบริษัทฯ จะอยู่ในรูปเงินฝากเพื่อให้มีความคล่องตัวในการนำมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับชำระค่าซื้อขายหลักทรัพย์ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสนับสนุนธุรกรรมการให้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์และการดำเนินงานประจำวัน
  2. ลูกหนี้สำนักหักบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 866.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 819.93 ล้านบาท หรือร้อยละ 1,759.51 เมื่อเปรียบเทียบกับสิ้นปีก่อนที่จำนวน 46.60 ล้านบาท ซึ่งลูกหนี้สำนักหักบัญชีนี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าและของบัญชีบริษัทฯ ในช่วง 3 วันทำการสุดท้ายก่อนสิ้นปี
  3. ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์สุทธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 459.03 ล้านบาท ลดลง 784.84 ล้านบาท หรือร้อยละ 63.10 เมื่อเปรียบเทียบกับสิ้นปีก่อนที่จำนวน 1,243.87 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลดลงจากลูกหนี้ซื้อหลักทรัพย์ด้วยเงินสดจำนวน 453.59 ล้านบาท ซึ่งลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์นี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าในช่วง 3 วันทำการสุดท้ายก่อนสิ้นปี นอกจากนี้ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์ยังลดลงจากลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์จำนวน 349.09 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาส 3 ของปี 2559 บริษัทฯได้โอนธุรกิจการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์รายย่อยบางส่วนให้กับบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง โดยการโอนเจ้าหน้าที่การตลาด สินทรัพย์ถาวร และสัญญาเช่าที่เกี่ยวข้องกับการโอนธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการโอนเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการโอนธุรกิจดังกล่าวไปด้วย

    สำหรับนโยบายในการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ บริษัทฯ มีนโยบายในการตั้งค่าเผื่อหนี้สงลัยจะสูญ โดยการประเมินฐานะลูกหนี้แต่ละราย ซึ่งการประเมินนี้รวมถึงการพิจารณาความเสี่ยงในการเรียกชำระและมูลค่า ของหลักประกันที่ใช้ค้ำประกัน บริษัทฯ ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเมื่อหนี้นั้นมีหลักประกันไม่เพียงพอ หรือมีโอกาสที่ลูกหนี้จะชำระเงินต้นและดอกเบี้ยคืนไม่ครบจำนวน ทั้งนี้ ยังได้ปฏิบัติการจัดขั้นหนี้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 33/2543 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2543 และ กธ. 5/2544 ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2544

    บริษัทฯ ได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสำหรับมูลหนี้ที่จัดขั้นสงสัยจะสูญทั้งจำนวนแล้ว โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีรายละเอียดดังนี้

    ระยะเวลาค้างชำระ จำนวน (ราย) ยอดหนี้ (ล้านบาท) มูลค่าหลัก ประกัน (ล้านบาท) มูลหนี้สุทธิ (ล้านบาท) สำรองหนี้สงสัยจะสูญ (ล้านบาท) ผลการติดตาม
    บัญชีเงินสด            
    1 – 3 เดือน - - - - -  
    > 3 < = 6 เดือน - - - - -  
    > 6 < = 12 เดือน - - - - -  
    > 12 < = 24 เดือน - - - - -  
    มากกว่า 24 เดือน 39 13.60   13.60 13.60
    27 รายอยู่ระหว่างการติดตามและ 12 รายอยู่ระหว่างดำเนินคดี
    รวม 39 13.60   13.60 13.60  
    ลูกหนี้อื่น            
    1 – 3 เดือน - - - - -  
    > 3 < = 6 เดือน - - - - -  
    > 6 < = 12 เดือน - - - - -  
    > 12 < = 24 เดือน - - - - -  
    มากกว่า 24 เดือน 9 383.65 32.42 351.23 351.23
    อยู่ระหว่างดำเนินคดี
    รวม 9 383.65 32.42 351.23 351.23  
    รวมทั้งสิ้น 48 397.25 32.42 364.83 364.83  

    การเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์ที่สำคัญ สรุปได้ดังนี้

  4. เงินลงทุนสุทธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 1,464.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,072.20 ล้านบาท หรือร้อยละ 273.01 เมื่อเปรียบเทียบกับสิ้นปีก่อนที่จำนวน 392.74 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีการลงทุนในตราสารหนี้ซึ่งเป็นเงินลงทุนเพื่อค้าเพิ่มขึ้น 935.00 ล้านบาท ลงทุนในตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด 1 ปี เพิ่มขึ้น 19.85 ล้านบาท ลงทุนในเงินลงทุนเพื่อค้าซึ่งเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนเพิ่มขึ้น 12.74 ล้านบาท ลงทุนในเงินลงทุนเผื่อขายซึ่งเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนและหน่วยลงทุนเพิ่มขึ้น 59.10 ล้านบาท โดยเงินลงทุนสุทธินี้เป็นเงินลงทุนเพื่อค้าร้อยละ 88.69 เงินลงทุน เผื่อขายร้อยละ 6.78 และเงินลงทุนทั่วไปร้อยละ 4.53 ซึ่งส่วนใหญ่ของเงินลงทุนจะเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน ตราสารหนี้และหน่วยลงทุนที่อยู่ในความต้องการของตลาด ทั้งนี้ เงินลงทุนที่อยู่ในรูปเงินลงทุนในหลักทรัพย์นั้น บริษัทฯ ได้จัดให้มีคณะกรรมการการลงทุนดูแลการลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อบัญชีบริษัทฯ ซึ่งทำหน้าที่ในการกำหนดแนวทางการลงทุนอย่างรอบคอบ พร้อมทั้งบริษัทฯ ได้รับรู้ค่าเผื่อการปรับมูลค่าและค่าเผื่อการด้อยค่าไว้ครบถ้วนตามมาตรฐานบัญชี และประกาศของสำนักงาน ก.ล.ต.
  5. ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 107.70 ล้านบาท ลดลง 31.55 ล้านบาทหรือร้อยละ 22.66 เมื่อเปรียบเทียบกับสิ้นปีก่อนที่จำนวน 139.25 ล้านบาทเนื่องจากในไตรมาส 3 ของปี 2559 บริษัทฯ ได้โอนธุรกิจการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์รายย่อยบางส่วนให้กับบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งโดยการโอนเจ้าหน้าที่การตลาด สินทรัพย์ถาวร และสัญญาเช่าที่เกี่ยวข้องกับการโอนธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการโอนทรัพย์สินของสำนักงานสาขาหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับการโอนธุรกิจดังกล่าวไปด้วย

หนี้สิน

หนี้สิน งบการเงินเฉพาะกิจ งบการเงินที่แสดงเงินลงทุน ตามวิธีส่วนได้เสีย
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
2559 % ของ สินทรัพย์ รวม 2558 % ของ สินทรัพย์ รวม 2558 % ของ สินทรัพย์ รวม 2557 % ของ สินทรัพย์ รวม
เจ้าหนี้สำนักหักบัญชี 44,607,750 0.91 235,432,799 5.74 235,432,799 5.76 187,679,778 3.26
เจ้าหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์ 1,856,985,966 37.72 674,374,173 16.45 674,374,173 16.49 1,846,213,834 32.06
หนี้สินตราสารอนุพันธ์ - - - - - - - -
หนี้สินตามสัญญาเช่าการเงิน - - - - - - 3,110.97 0.05
ภาระผูกพันผลประโยชน์ของพนักงาน 12,554,380 0.25 49,214,920 1.20 49,214,920 1.20 44,045,050 0.77
หนี้สินอื่น 86,052,639 1.75 121,469,835 2.96 121,469,835 2.97 188,342,967 3.27
รวมหนี้สิ้น 2,000,200,735 40.63 1,080,491,727 26.35 1,080,491,727 26.42 2,269,392,600 39.41

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ มีหนี้สินรวมทั้งสิ้นจำนวน 2,000.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 919.71 ล้านบาท หรือร้อยละ 85.12 เมื่อเปรียบเทียบกับสิ้นปีก่อนที่มีหนี้สินรวมจำนวน 1,080.49 ล้านบาท ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของหนี้สินที่สำคัญ สรุปได้ดังนี้

  1. เจ้าหนี้สำนักหักบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 44.61 ล้านบาท ลดลง 190.82 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 81.05 เมื่อเปรียบเทียบกับสิ้นปีก่อนที่จำนวน 235.43 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหนี้สำนักหักบัญชีนี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับมูลค่าการชื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าและของบัญชีบริษัทฯ ในช่วง 3 วันทำการสุดท้ายก่อนสิ้นปี
  2. เจ้าหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 1,856.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,182.61 ล้านบาท หรือร้อยละ 175.36 เมื่อเปรียบเทียบกับสิ้นปีก่อนที่จำนวน 674.37 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องมาจากเจ้าหนี้จากการซื้อตราสารหนี้เพิ่มขึ้น 636.29 ล้านบาท และเจ้าหนี้จากการขายหลักทรัพย์ของลูกค้าเพิ่มขึ้น 526.11 ล้านบาทซึ่งเจ้าหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์นี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าในช่วง 3 วันทำการสุดท้ายก่อนสิ้นปี
  3. ภาระผูกพันผลประโยชน์ของพนักงาน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 12.55 ล้านบาท ลดลง 36.66 ล้านบาทหรือร้อยละ 74.50 เมื่อเปรียบเทียบกับสิ้นปีก่อนที่จำนวน 49.21 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องมาจากในไตรมาส 3 ของปี 2559 บริษัทฯ ได้โอนธุรกิจการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์รายย่อยบางส่วนให้กับบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งโดยการโอนเจ้าหน้าที่การตลาด สินทรัพย์ถาวร และสัญญาเช่าที่เกี่ยวข้องกับการโอนธุรกิจ ซึ่งภาระผูกพันผลประโยชน์ของพนักงานหลังออกจากงานจึงลดลงตามไปด้วย

 

ส่วนของเจ้าของ

ส่วนของเจ้าของ งบการเงินเฉพาะกิจ งบการเงินที่แสดงเงินลงทุน ตามวิธีส่วนได้เสีย
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
2559 % ของ สินทรัพย์ รวม 2558 % ของ สินทรัพย์ รวม 2558 % ของ สินทรัพย์ รวม 2557 % ของ สินทรัพย์ รวม
ทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว 2,589,743,484 52.60 2,589,743,484 63.16 2,589,743,484 63.33 2,589,743,484 44.98
ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 139,078,735 2.83 139,078,735 3.39 139,078,735 3.40 139,078,735 2.42
องค์ประกอบอื่นของส่วนของเจ้าของ (7,131,843) (0.14) (12,167,964) (0.29) (11,743,679) (0.28) (5,170,661) (0.09)
กำไรสะสม 89,712,393 1.82 85,225,676 2.08 85,225,676 2.08 75,408,087 1.31
ทุกนสำรองตามกฎหมาย 111,436,835 2.26 217,732,718 5.31 206,230,457 5.05 689,335,198 11.97
รวมส่วนของเจ้าของ 2,922,839,604 59.37 3,019,612,649 73.65 3,008,534,673 73.58 3,488,394,843 60.59

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ มีส่วนของเจ้าของจำนวน 2,922.84 ล้านบาท ลดลง 96.77 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.20 เมื่อเปรียบเทียบกับสิ้นปีก่อนที่มีส่วนของเจ้าของจำนวน 3,019.61 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องมาจากบริษัทฯ มีการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2558 ให้แก่ผู้ถือหุ้นคิดเป็นเงินจำนวน 201.98 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทฯ มีกำไรสะสมเพิ่มขึ้นจากผลการดำเนินงานที่มีกำไรเบ็ดเสร็จรวมสุทธิสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 จำนวน 105.21 ล้านบาท

สภาพคล่องและความเพียงพอของเงินทุนของบริษัทฯ

แหล่งที่มาของเงินทุนในการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ส่วนใหญ่มาจากเงินทุนของบริษัทฯ นอกจากนี้บริษัทฯ มีวงเงินสินเชื่อที่ได้รับจากธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนและรองรับการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ สำหรับอัตราส่วนเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีสัดส่วนร้อยละ 93.10 ซึ่งยังคงถือว่ามีอัตราส่วนอยู่ในระดับที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราขั้นต่ำที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องดำรงไว้ที่ร้อยละ 7

สำหรับการดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิของบริษัทฯ นั้น สามารถสรุปได้ดังนี้

บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ณ วันที่ 31 ธันวาคม
2559 2558 2557
- เงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (ล้านบาท) 1,842.90 2,125.68 1,918.86
- หนี้สินทั่วไปและทรัพย์สินที่ต้องวางเป็นประกัน (ล้านบาท) 1,979.53 982.33 2,180.57
- อัตราส่วนเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NCR) 93.10% 216.39% 88.00%

สภาพคล่อง

จากงบกระแสเงินสดของบริษัทฯ ปรากฏว่า กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ มียอดเงินสดสุทธิได้มาจำนวน 222.44 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากบริษัทฯ มีกำไรก่อนภาษีเงินได้สำหรับปีและการเปลี่ยนแปลงในลูกหนี้/เจ้าหนี้สำนักหักบัญชีลูกหนี้/เจ้าหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์และเงินลงทุนเพื่อค้า

สำหรับกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ มียอดเงินสดสุทธิใช้ไปจำนวน 173.78 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากบริษัทฯ มีเงินสดจ่ายสุทธิเงินลงทุนเผื่อขายจำนวน 111.85 ล้านบาท เงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บริษัทใหญ่จำนวน 400.00 ล้านบาท และมีเงินสดจ่ายสุทธิเกี่ยวกับอาคาร สถานที่และอุปกรณ์จำนวน 22.31 ล้านบาท ในขณะที่มีเงินสดรับสุทธิจากการซื้อขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 353.31 ล้านบาท และเงินปันผลรับจากเงินลงทุนในหลักทรัพย์และเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 7.07 ล้านบาท

สำหรับกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ มียอดเงินสดสุทธิใช้ไปจำนวน 201.98 ล้านบาท ซึ่งมาจากการที่บริษัทฯ มีการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2558 ให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ

กล่าวโดยสรุป บริษัทฯ จัดเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและมีสภาพคล่องทางการเงินสูงโดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NCR) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 สูงถึงร้อยละ 93.10 ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกันอัตราส่วนที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องดำรงไว้ที่ร้อยละ 7 นอกจากนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ ยังมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสูงถึง 1,232.11 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 25.03 ของสินทรัพย์รวม) มีอัตราส่วนสินทรัพย์คล่องตัวต่อสินทรัพย์รวมที่ร้อยละ 62.80 มีอัตราส่วนสินทรัพย์ก่อรายได้ต่อสินทรัพย์รวมที่ร้อยละ 58.56 มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 0.68 เท่า สำหรับส่วนของเจ้าของ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ มีจำนวน 2,922.84 ล้านบาท และมีกำไรสะสมที่ยังไม่จัดสรรจำนวน 111.44 ล้านบาท โดยมีอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ร้อยละ 3.02 และอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ร้อยละ 12.79